บทที่ 8 โอปป้าในจอ กับ คนแก่(ขี้อ้อน)นอกจอ
นาฬิกาบนคอนโซลรถเบนซ์เอสคลาสคันหรูบอกเวลา 22.15 น.
ท้องถนนกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนเริ่มโล่งตา แสงไฟจากตึกสูงสองข้างทางวิ่งผ่านกระจกติดฟิล์มดำมืดเข้าไปกระทบใบหน้าคมเข้มของ รัฐมนตรีธีรดนย์ ที่กำลังนั่งเอนหลังหลับตาผ่อนคลายอยู่บนเบาะหลัง
มือหนาขยับคลายปมเนกไทที่รัดตรึงคอมาตลอดทั้งเย็นออกอย่างลวกๆ ก่อนจะปลดกระดุมเม็ดบนของเสื้อเชิ้ตทักซิโด้ออกเพื่อระบายความอึดอัด กลิ่นไวน์จางๆ และกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกของผู้คนในงานกาล่ายังคงติดจมูก จนเขาต้องกดเลื่อนกระจกลงเล็กน้อยเพื่อสูดอากาศด้านนอก
"สมศักดิ์..." เขาเอ่ยเรียกคนขับรถเสียงเรียบ
"ครับท่าน"
"ขับให้ไวกว่านี้อีกนิดได้ไหม ฉันอยากถึงบ้านไวๆ"
"ได้ครับท่าน... ท่านมีธุระด่วนหรือครับ?" คนขับรถถามด้วยความแปลกใจ ปกติเวลากลับจากงานสังคมดึกๆ เจ้านายมักจะสั่งให้ขับช้าๆ นิ่มๆ เพื่อพักผ่อนสายตา แต่วันนี้กลับดูร้อนรนผิดปกติ
ธีรดนย์ชะงักกับคำถามนั้น... ธุระด่วนเหรอ? ก็เปล่า งานการก็เคลียร์หมดแล้ว ประชุมพรุ่งนี้ก็เตรียมเอกสารเสร็จแล้ว
แล้วเขาจะรีบกลับไปทำไม?
ภาพใบหน้าจิ้มลิ้ม แก้มป่องๆ และดวงตากลมโตที่ชอบมองขวางใส่เขา ลอยเข้ามาในความคิด รอยยิ้มบางๆ ที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวค่อยๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"เปล่า... แค่รู้สึกว่าวันนี้ แอร์ที่บ้านน่าจะเย็นกว่าแอร์ในรถน่ะ" เขาตอบเลี่ยงๆ
แต่ในใจเขารู้ดีที่สุด เขาอยากกลับไปเห็นหน้า "ยัยลูกหมู" ต่างหาก
น่าแปลก... ทั้งที่เมื่อก่อน การกลับบ้านที่ "เรือนริมน้ำ" เป็นเพียงกิจวัตรที่น่าเบื่อหน่าย เขาอยู่ตัวคนเดียวในบ้านหลังใหญ่กับแม่บ้านเก่าแก่ ชีวิตวนเวียนอยู่กับความเงียบเหงาและความเครียดทางการเมือง แต่ตั้งแต่เมื่อวานที่มีสิ่งมีชีวิตตัวนุ่มนิ่ม ปากจัด และชอบใส่เสื้อบอลเดินไปเดินมาเข้ามาอยู่ในบ้าน... ทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไป
เขาพบว่าตัวเองยิ้มบ่อยขึ้น... หัวเราะง่ายขึ้น... และรู้สึกกระชุ่มกระชวยเหมือนได้ยาอายุวัฒนะ
‘หรือว่าเราจะชอบเด็กมันจริงๆ วะ?’
ธีรดนย์ส่ายหัวไล่ความคิดบ้าๆ ‘ไม่หรอกน่า... ก็แค่ของเล่นแก้เหงา สนุกๆ ขำๆ... เดี๋ยวเบื่อก็เลิก’
เขาพยายามบอกตัวเองแบบนั้น แต่หัวใจที่เต้นจังหวะแปลกๆ ตอนที่รถเลี้ยวเข้าประตูรั้วบ้าน... มันกลับไม่ได้บอกว่า "แค่ขำๆ" เลยสักนิด
รถเบนซ์จอดสนิทที่หน้าเรือน ธีรดนย์ก้าวลงจากรถด้วยฝีเท้าที่เบากว่าปกติ เขาโบกมือไล่เด็กรับใช้ที่มารอรับกระเป๋า บอกให้ทุกคนไปพักผ่อน ส่วนตัวเองก็เดินผิวปากเบาๆ ขึ้นบันไดวนไปยังชั้นสอง
เป้าหมายไม่ใช่ห้องนอนใหญ่ปีกขวาของเขา... แต่เป็นห้องนอนเล็กปีกซ้าย
ไฟในห้องยังเปิดสว่างลอดช่องประตูออกมา แสดงว่าเจ้าของห้องยังไม่หลับ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"ต้นหอม... หลับหรือยัง?"
เขาเคาะประตูเรียก ลองหมุนลูกบิดดู... ล็อก
เงียบกริบ... ไม่มีเสียงตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก
"ต้นหอม?"
เขาเคาะแรงขึ้นอีกนิด แต่ก็ยังเงียบ หรือว่าจะหลับไปแล้ว? แต่ไฟยังเปิดอยู่ชัดๆ หรือว่าจะใส่หูฟัง?
ด้วยความเป็นห่วง บวกกับความอยากแกล้ง ธีรดนย์ล้วงหยิบพวงกุญแจสำรองที่เขาพกติดตัวไว้ออกมา... ในฐานะเจ้าของบ้าน เขามีสิทธิ์จะเข้าห้องไหนก็ได้จริงไหม?
แกร๊ก...
เขากดล็อกและผลักประตูเข้าไปอย่างแผ่วเบาที่สุด ราวกับย่องเบา
ภาพที่เห็นทำเอาท่านรัฐมนตรีหนุ่มใหญ่ถึงกับคิ้วกระตุก
บนเตียงนอนกว้างขนาดคิงไซส์ ร่างอวบอิ่มในชุดนอนลายเป็ดสีเหลืองตัวโคร่ง กำลังนอนคว่ำหน้า ขาเรียวขาวสองข้างตีพับๆ ไปมาในอากาศอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าหวานซุกอยู่กับหมอน ใบหูครอบด้วยหูฟังอันใหญ่ สายตาจับจ้องไปที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางพิงอยู่กับโคมไฟหัวเตียงอย่างไม่วางตา
และสิ่งที่ทำให้ธีรดนย์ต้องกลั้นขำจนไหล่สั่น คือเสียงพึมพำที่ลอดออกมาจากปากเจ้าหล่อน
"หูววว... ขาวจัง... แน่นมากแม่..."
"..."
"อื้อหือ... ซิกแพคหรือขนมปังแถววะนั่น... อยากจะกัดสักคำ..."
ธีรดนย์ยืนกอดอกพิงกรอบประตู มองยัยตัวแสบที่กำลังทำหน้าหื่นกามใส่มือถืออย่างนึกขำ ในหัวสมองอันลามกของชายวัยกลางคนเริ่มจินตนาการไปไกล
‘ดูอะไรของมันวะ? หนังโป๊เหรอ? ร้ายนะเรา... แอบมานอนดูผู้ชายแก้ผ้า’
ความหมั่นไส้แล่นพล่าน... ทีกับเขาล่ะทำเป็นหวงเนื้อหวงตัว แต่กับผู้ชายในจอนี่มองตาเยิ้มน้ำลายยืดเชียว
"ได้... เดี๋ยวป๋าจะสอนให้รู้ว่า ของจริงน่ะ มันน่ากินกว่าในจอเยอะ!"
ธีรดนย์ถอดรองเท้าหนังราคาแพงออกอย่างเงียบเชียบ ปลดกระดุมเสื้อสูทตัวนอกโยนทิ้งไปบนโซฟา แล้วค่อยๆ ย่องขึ้นไปบนเตียงจากทางด้านหลัง
เขาเห็นช่องว่างข้างๆ ตัวเธอ... กะว่าจะกระโดดทิ้งตัวลงไปนอนทับให้ตกใจเล่น แล้วค่อยจัดการรวบหัวรวบหางสั่งสอนเด็กแก่แดด
"หนึ่ง... สอง... ฮึบ!"
ร่างสูงใหญ่กระโจนทิ้งน้ำหนักตัวลงไปบนที่นอนนุ่มๆ ข้างกายต้นหอมอย่างเต็มแรง!
ฉึก!!!
"โอ๊ยยยยยย!!!"
"กรี๊ดดดดดด!!!"
เสียงร้องสองเสียงประสานกันลั่นห้องจนกระจกแทบสั่น
ต้นหอมกรี๊ดเพราะตกใจที่มีวัตถุขนาดใหญ่หล่นลงมาบนเตียงจนตัวเธอกระเด้ง
แต่เสียงร้องของธีรดนย์นั้น... เต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวแสนสาหัส!
"โอ๊ยยยย! เจ็บ! เจ็บโว้ยยย!"
ท่านรัฐมนตรีนอนตัวงอเป็นกุ้ง กุมหน้าท้องตัวเองกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง สีหน้าบิดเบี้ยวเหยเกจนดูไม่ได้
"คะ... คุณธีร์! คุณเข้ามาได้ไงเนี่ย! แล้วเป็นอะไรคะ!" ต้นหอมกระชากหูฟังออก รีบคลานเข้าไปดูด้วยความตกใจ "โดนยิงเหรอคะ! หรือไส้ติ่งแตก!"
"จะ... เจ็บ... โดน... อะไรไม่รู้... แทงพุง..." ธีรดนย์กัดฟันพูด ชี้มือสั่นๆ ไปที่จุดเกิดเหตุบนที่นอน
ต้นหอมมองตามนิ้วเขาไป ก็พบกับ "ฆาตกร" ที่ยืนตระหง่านอยู่อย่างท้าทาย
มันคือ หัวอะแดปเตอร์สายชาร์จโทรศัพท์ แบบสามขา ที่เธอเสียบคาปลั๊กพ่วงวางไว้บนที่นอนเพื่อชาร์จแบตฯ ระหว่างดูซีรีส์... และมันตั้งเด่ชี้ฟ้า รอคอยเหยื่อผู้โชคร้ายมากระโดดทับ
"..."
ต้นหอมอยากจะขำก็ขำไม่ออก "โธ่เอ๊ย... ก็นึกว่าโดนลอบสังหาร ที่แท้ก็กระโดดทับหัวชาร์จแบต!"
"อย่ามาขำนะ!" ธีรดนย์โอดโอย พยายามพยุงตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง "เจ็บจะตายอยู่แล้ว... สงสัยม้ามแตกแน่ๆ โอ๊ย..."
"ไหนขอดูหน่อยสิคะ ม้ามแตกหรือสำออย" ต้นหอมขยับเข้าไปใกล้ "เอามือออกค่ะ"
"เบาๆ นะ... มือหนักอย่างเธอกดทีเดียวไส้ไหลแน่" เขาบ่นกระปอดกระแปด แต่ก็ยอมปล่อยมือออกจากหน้าท้องแกร่ง
ต้นหอมถือวิสาสะเลิกชายเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาขึ้น เผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบที่เต็มไปด้วยลอนกล้ามเนื้อเรียงตัวสวยงาม แม้จะอยู่ในวัยเลขสี่ปลายๆ แต่ก็ดูแลตัวเองดีจนน่าอิจฉา ผิวขาวจัดของเขาปรากฏรอยแดงจ้ำๆ เป็นรอยจุดแดงๆ ประทับตราไว้อย่างชัดเจนบริเวณข้างสะดือ
"แดงเถือกเลย..." ต้นหอมพึมพำ ใช้นิ้วจิ้มเบาๆ "เจ็บไหมคะ?"
"เจ็บสิถามได้! ลองมาโดนเองไหมล่ะ" เขาแยกเขี้ยวใส่ "รับผิดชอบเลยนะ เธอวางกับดักลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ มีความผิดทางอาญา!"
"โอ๊ย เวอร์วังอลังการ! ใครใช้ให้คุณกระโดดลงมาแบบนั้นล่ะ เข้ามาเงียบๆ เป็นโจรโรคจิต ก็สมควรโดนแล้ว!" ต้นหอมเถียงกลับ แต่ก็อดรู้สึกผิดไม่ได้นิดนึง "เอ้าๆ เดี๋ยวเป่าให้"
เธอโน้มหน้าลงไปใกล้หน้าท้องเขา แล้วเป่าลมเบาๆ ใส่รอยแดงนั้น
"เพี้ยง! หายเจ็บนะ เจ้าที่เจ้าทางคุ้มครอง สาธุ"
ลมหายใจอุ่นๆ และริมฝีปากนุ่มนิ่มที่อยู่ห่างจากผิวเนื้อเขาเพียงคืบ ทำเอาธีรดนย์ชะงัก ลืมความเจ็บไปชั่วขณะ ความรู้สึกวาบหวามแล่นปราดจากหน้าท้องลงสู่เบื้องล่างอย่างรวดเร็ว
เขาก้มมองศีรษะทุยๆ ของคนที่กำลังตั้งใจเป่าแผลให้เขา กลิ่นหอมอ่อนๆ จากแชมพูสระผมของเธอลอยมาแตะจมูก... ให้ตายสิ ทำไมมันน่ารักขนาดนี้วะ
"พอแล้ว... เป่าซะน้ำลายกระเด็นเต็มพุงฉันแล้วเนี่ย" เขาแกล้งผลักหัวเธอออกเบาๆ แก้เขิน
"ช่วยไม่ได้ อยากสำออยเอง" ต้นหอมย่นจมูกใส่ ดึงเสื้อเขาลงปิด "หายเจ็บแล้วใช่ไหมคะ? งั้นก็เชิญเสด็จกลับห้องบรรทมได้แล้วค่ะ หม่อมฉันจะดูซีรีส์ต่อ"
"เดี๋ยว..." ธีรดนย์รั้งข้อมือเธอไว้ "เมื่อกี้เธอดูอะไรนะ? เห็นนอนน้ำลายยืด พูดว่า ขาวจัง แน่นจัง..."
"ซีรีส์เกาหลีค่ะ!" ต้นหอมรีบแก้ตัว หยิบโทรศัพท์มาโชว์หน้าจอ "พระเอกกำลังอาบน้ำ... เอ้ย กำลังว่ายน้ำ!"
ธีรดนย์ชะโงกหน้าไปดู เห็นโอปป้าหน้าตี๋ หุ่นล่ำบึ้ก กำลังขึ้นจากสระน้ำ น้ำหยดติ๋งๆ
"เหอะ... ก็งั้นๆ" เขาเบ้ปาก "หน้าจืดชืด หุ่นก็... แห้งๆ สู้ฉันก็ไม่ได้"
"กล้าเทียบเนอะคุณ! นั่นพระเอกดังนะ! สามีแห่งชาติ!"
"แล้วฉันล่ะ? ฉันก็ยืนหัวโด่เป็น 'ของจริง' อยู่ตรงนี้ทั้งคนนะ" ธีรดนย์เลิกคิ้วถามเสียงเข้ม แอบหงุดหงิดที่ยัยเด็กนี่เห็นผู้ชายในจอดีกว่า
"ของจริงที่เป็น 'เจ้าหนี้' กับ 'เจ้านาย' ต่างหากค่ะ! แยกแยะด้วยค่ะ!" ต้นหอมสวนทันควัน "อีกอย่าง อปป้าเขาหนุ่มกว่า แน่นกว่า น่ากินกว่าตั้งเยอะ! เทียบกันไม่ติดหรอก!"
ธีรดนย์หรี่ตามองอย่างหมั่นไส้ จู่ๆ ความรู้สึกหึงหวงก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมา "งั้นเหรอ... ชอบแบบนี้เหรอ?"
เขาคว้ามือต้นหอมให้กลับมาวางแหมะลงบนหน้าท้องตัวเองอีกครั้ง แล้วเกร็งหน้าท้องโชว์
"จับดู... แน่นกว่าไหม?"
"คุณธีร์! ปล่อย!" ต้นหอมหน้าแดงวาบ สัมผัสแข็งๆ สู้มือนั่นมัน... เออ แน่นจริงว่ะ
"จับดูสิ... ของจริง ไม่ใช่กราฟิก ของไทยแท้เกรดพรีเมียม แถมจับต้องได้จริง ไม่ต้องมโน" เขาคะยั้นคะยอหน้าตาย แววตาเจ้าเล่ห์พราวระยับ "ลองชิมไหม? รับรองว่าแซ่บกว่ากิมจิ"
"อีตาบ้า! ปล่อยเลยนะ! หลงตัวเองที่สุด!"
ต้นหอมสะบัดมือออก ดึงผ้าห่มมาคลุมโปงหนีความอาย "กลับไปได้แล้ว! ดึกแล้ว หนูจะนอน!"
ธีรดนย์หัวเราะหึๆ อย่างพอใจที่แกล้งเด็กได้สำเร็จ เขาขยับตัวขึ้นไปนั่งพิงหัวเตียงข้างๆ ก้อนผ้าห่ม ไม่ยอมลุกไปไหน
"เดี๋ยวก่อน... อย่าเพิ่งหนี ถามเรื่องงานก่อน"
ต้นหอมโผล่หน้าออกมาจากผ้าห่มแค่ครึ่งเดียว "อะไรอีกคะ?"
"วันนี้ทำงานเป็นไงบ้าง? เอกสารเสร็จหมดหรือยัง?" เขาถามเสียงเรียบ แต่สายตาจับจ้องใบหน้าเธออย่างจับผิด
ต้นหอมกลืนน้ำลายเอือก งานน่ะเสร็จแล้ว แต่...
"สะ... เสร็จแล้วค่ะ! เรียบร้อยทุกอย่าง!" เธอตอบเสียงสูงนิดนึง "วันนี้หนูขยันมากเลยนะ นั่งหลังขดหลังแข็งตรวจทานตั้งหลายชั่วโมง ข้าวปลาแทบไม่ได้กิน เหนื่อยสายตัวแทบขาดเลยค่ะเนี่ย"
โกหกคำโต... ทั้งที่ความจริงคือนอนดูซีรีส์ไปครึ่งวัน กินขนมจนพุงกาง
ธีรดนย์เหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ของเธอที่ยังค้างอยู่ที่ EP.12... รอยยิ้มรู้ทันปรากฏขึ้นที่มุมปาก
‘ดูถึงตอนที่ 12... นี่มันกี่ชั่วโมงวะนั่น? ถ้าทำงานหนักจริงคงไม่มีเวลามานั่งดูมาราธอนขนาดนี้หรอก... ยัยเด็กเลี้ยงแกะ’
เขาอยากจะดุ อยากจะตำหนิในฐานะเจ้านายที่ลูกน้องอู้งาน แต่พอเห็นแก้มแดงๆ กับสายตาล่อกแล่กที่พยายามปกปิดความผิด... เขากลับโกรธไม่ลง
ความรู้สึกบางอย่างบอกว่า...ช่างมันเถอะ ให้รางวัลเด็กมันหน่อย
"อืม... เก่งมาก" เขาเอื้อมมือไปลูบหัวเธอเบาๆ "เหนื่อยแย่เลยสินะ... งั้นพรุ่งนี้ตื่นสายได้ ให้พักครึ่งวัน"
ต้นหอมตาโต "จริงเหรอคะ! คุณใจดีจัง!"
"แต่..." เขาเว้นจังหวะ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ "คืนนี้ต้องมีค่าจ้างล่วงเวลาก่อน"
"ค่าจ้างอะไรคะ?" เธอถามอย่างระแวง
"ค่าทำขวัญที่ทำให้ฉันเจ็บตัว... และค่าปิดปากที่ฉันรู้ว่าเธออู้งาน"
"คะ... คุณรู้!"
"คิดว่าฉันโง่เหรอ? ซีรีส์ตอนที่ 12... ต้องใช้เวลาดูกี่ชั่วโมง ลองบวกลบเลขดูไหมล่ะ?" เขาดีดหน้าผากเธอเบาๆ หนึ่งที
ต้นหอมลูบหน้าผากป้อยๆ ยิ้มแหยๆ "แหะๆ... ก็มันว่างนี่คะ งานมันเสร็จแล้วจริงๆ นะ"
"เออๆ เชื่อ" ธีรดนย์ตัดบท ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ "ฉันไปล่ะ... พักผ่อนซะ อย่าดูดึกนัก เดี๋ยวตื่นมาตาเป็นหมีแพนด้า ฉันไม่ได้อยากเลี้ยงแพนด้าที่บ้าน"
"ค่าาา คุณป๋า... เอ้ย คุณท่าน!"
ธีรดนย์เดินไปถึงประตู แล้วชะงักเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เขาหันกลับมามองต้นหอมที่กำลังถอนหายใจโล่งอก
"อ้อ ต้นหอม..."
"คะ?"
"ไอ้พระเอกในจอนั่นน่ะ... หุ่นมันก็ดีอยู่หรอก" เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "แต่จำไว้... มันจับต้องไม่ได้ มันจูบเธอไม่ได้... และมันก็ไม่ได้ซื้อข้าวให้เธอกิน"
เขายิ้มมุมปาก ยักคิ้วให้หนึ่งที
"ฝันถึงฉันดีกว่า... จับต้องได้ ใช้งานได้จริง... แถมรวยกว่าเยอะ"
พูดจบเขาก็เดินผิวปากออกจากห้องไป ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้ต้นหอม
หญิงสาวอ้าปากค้าง มองประตูที่ปิดลง แล้วคว้าหมอนข้างมาทุบระบายอารมณ์
"กรี๊ดดด! อีตาลุงหลงตัวเอง! ใครเขาจะไปฝันถึงคุณฮะ! หลอนสิไม่ว่า!"
เธอด่ากราด แต่ใบหน้ากลับร้อนผ่าว หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุอก ต้นหอมทิ้งตัวลงนอนหงาย ยกมือขึ้นปิดหน้า
"บ้าชะมัด... ทำไมต้องมาใจเต้นกับคำพูดเลี่ยนๆ แบบนั้นด้วยวะไอ้หอม! ตั้งสติ! นั่นเจ้าหนี้! นั่นศัตรู!"
แต่ลึกๆ เธอก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารอยยิ้มของเขาเมื่อกี้ มันดูอบอุ่นและ "จริงใจ" กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
ธีรดนย์ยืนพิงประตู ฟังเสียงโวยวายของยัยตัวเล็กด้านในด้วยรอยยิ้มกว้าง เขาล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกง เดินกลับห้องตัวเองด้วยความรู้สึกที่เบาสบายอย่างประหลาด
ความเหนื่อยล้าจากการปั้นหน้าในงานสังคมหายไปเป็นปลิดทิ้ง เพียงแค่ได้มาแหย่เด็กคนนั้นไม่กี่นาที
เขาเปิดประตูเข้าห้องนอนใหญ่ที่เงียบเหงาของตัวเอง ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้าง มองเพดาน แล้วถามตัวเองเบาๆ
"แค่ขำๆ จริงเหรอวะไอ้ธีร์..."
ภาพตอนที่เธอเป่าพุงให้เขาด้วยความเป็นห่วง ภาพตอนที่เธอเถียงฉอดๆ และแก้มแดงๆ นั่นมันชัดเจนเกินกว่าจะเป็นแค่เรื่องแก้เบื่อ
"สงสัย..." เขายกมือขึ้นก่ายหน้าผาก หัวเราะกับตัวเองเบาๆ
"สงสัยงานนี้...จะแพ้ทางยัยลูกหมูเข้าให้แล้วจริงๆ แฮะ"
เขาหลับตาลงด้วยความรู้สึกกระชุ่มกระชวยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาหลายปี คืนนี้คงเป็นคืนแรกในรอบทศวรรษ ที่ท่านรัฐมนตรีธีรดนย์ จะนอนหลับฝันดีโดยไม่ต้องพึ่งยานอนหลับ
